กองทุนเพื่อการเกษียณติดลบจะไปยังไงต่อดี

24 July 2022

หนึ่งในการลงทุนที่สะดวกสำหรับมนุษย์เงินเดือนก็คือ กองทุน เพราะมีข้อดีมากมายที่เราต่างรู้กันไม่ว่าจะเป็น

1. มีผู้จัดการกองทุนบริหารดูแลให้

2. สามารถเริ่มต้นได้ด้วยจำนวนเงินที่ไม่มาก

3. มีประเภทการลงทุนให้เลือกมากมายทั้งแบบลดหย่อนภาษีได้และแบบสะสมไปเรื่อยๆ

4. วางแผนการสร้าง Passive Income จากกองทุนได้จากนโยบายปันผล

แต่ตั้งแต่เกิดโควิดขึ้นมา สถานการณ์เศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ผลการดำเนินงานของกองทุนหลาย ๆ กองก็อาจไม่ได้ดีดั่งใจกันมากนัก โดยเฉพาะกองทุนประเภท RMF หรือ Retirement Mutual Fund ที่เป็นประเภทกองสำหรับแผนเกษียณ ซึ่งสามารถเริ่มถอนได้ตอนอายุ 55 และอย่างน้อยต้องถือไม่ต่ำกว่า 5 ปี แถมใครมาดูราคาหน่วยช่วงนี้โดยภาพรวม ราคาก็ติดลบมาอย่างต่อเนื่อง

5. สามารถเป็นเครื่องมือเอาไว้วางแผนเกษียณได้ในระยะยาว

คำถามสำคัญคือ เราควรจะยังลงทุนอย่างต่อเนื่องอยู่ไหม ?

ผมลองเข้าไปในเว็บไซต์ siamchart แล้วดูกราฟภาพรวมของกองทุนในหมวด RMF Equity Fund 2 ระยะคือ 3 ปีย้อนหลัง และ 1 ปีย้อนหลัง

จากภาพกองทุนประเภท RMF Equity Fund 3 ปีย้อนหลัง (ปี 2022 – 2019) พบว่าภาพรวมกองทุนกว่า 227 กอง เป็นภาพเหมือนโลกคู่ขนานในเชิงปริมาณระหว่างแดนบวกกับแดนลบในระยะ +40 และ -40  

ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่าไอ้แทงฝั่งแดนบวกสีส้มๆ ที่สูงสุดคือกองอะไร…

อยากจะบอกว่านั่นคือกองทุน B-INNOTECHRMF นั่นเอง ซึ่งภาพรวมผลตอบแทนเฉลี่ยรวม 3 ปีย้อนหลังมากถึง 66.88% เลยทีเดียว

ส่วนแท่งที่อยู่แดนลบอันสุดท้ายนั่นก็คือ UNIRMF จาก UOBAM ซึ่งเป็นกองทุนธีม Global Innovation นั่นเอง แต่ในช่วง 6 เดือนหลังก็เริ่มเข้าแดนบวกมาเหมือนกัน

แต่ถ้าเราเช็กผลการดำเนินงาน 1 ปีให้หลังของกองทุน RMF Equity Fund ก็จะพบอีกว่า ภาพรวมกองทุนกว่า 227 กองนั้นเข้าสู่แดนติดลบกันมากขึ้น เพราะผลกระทบจากพิษทางเศรษฐกิจ และกองจำพวกเทคโนโลยีที่ได้ผลกระทบเป็นจำนวนมากจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยด้วยเช่นกัน ทำให้ B-INNOTECHRMF ที่เคยอยู่อันดับต้นกลับร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 134 เลยทีเดียว


หลายคนคงอยากรู้ใช่ไหมว่า แล้วกองทุนไหนคืออันดับ 1 ในช่วง 1 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา คำตอบก็คือ…

กองทุน ASP-LEGACY-UI หรือกองทุนเปิด แอสเซทพลัส เลกาซี่ แบบห้ามขายนักลงทุนรายย่อย ซึ่งกองทุนลักษณะนี้จะมีความเสียงที่สูงที่สุดคือ  +8 เลยทีเดียว และต้องใช้เงินลงทุนครั้งแรกเริ่มที่ 1,000,000 บาท ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป 100,000 บาท ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ถ้าใครสนใจ สามารถเข้าไปศึกษาอ่านได้ที่ Fact Sheet ของกองนี้ได้นะครับ

จากภาพรวมของคนที่ถือกองทุน RMF Equity Fund ก็คงตั้งคำถามว่า เราควรจะยังไงต่อดีเมื่อสภาพตลาดเป็นแบบนี้ จะบอกว่าก็คงแล้วแต่วัตถุประสงค์และความสบายใจของแต่ละคน แต่ถ้าหากกองทุนที่เราเลือกเป็นธีมระยะยาวที่ธุรกิจในกองยังคงอยู่กับโลกนี้ได้อยู่แล้ว การใช้กลยุทธ์แบบ Stay Invest นั่นก็คือเก็บไปเรื่อยๆ ยิ่งพื้นฐานไม่เปลี่ยน แค่ราคาปรับไปตามสถานการณ์ก็ถือเป็นการ DCA เพื่อเก็บหน่วยไปเรื่อย ๆ ไปพร้อมกับสิทธิลดหย่อนภาษี และคาดหวังเศรษฐกิจที่จะกลับตัวในวันข้างหน้า ตามแผนการลงทุนระยะยาวไว้ก็ได้เช่นกัน

แต่บางคนก็มองว่า ถ้าไม่แน่ใจขอถือเงินสดเอาไว้ก่อนก็ไม่ได้มีปัญหา แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการกลับมาทบทวนพอร์ตการลงทุน เพื่อตรวจเช็กดูว่าเราควรจะ Rebalance หรือ บริหารสัดส่วนพอร์ตและเงินสดในมืออย่างไรให้ถี่ถ้วนมากขึ้น

สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนยังคงสนุกกับการลงทุนนะครับ ยิ่งตั้งใจลงทุนในระยะยาวแล้ว บรรยากาศเศรษฐกิจแบบนี้เป็นสิ่งที่เราจะได้บทเรียนอีกมากมายทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ ภาพรวมตลาดการลงทุน และจิตวิทยาในการบริหารและการตัดสินใจด้วยตัวเราเองครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *