ใครที่กำลังมองว่า ความยุ่ง คือ เครื่องหมายของการทำหน้าที่คนทำงานที่ดี อาจต้องคิดใหม่..
เพราะความยุ่งที่มากเกินไป กำลังกลายเป็นสารพิษที่ค่อย ๆ กัดกินอนาคตของเราและองค์กรโดยที่เราไม่รู้ตัว
ผลสำรวจจาก Microsoft Work Trend Index พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า 80% ของพนักงานและผู้นำองค์กร กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนเวลาและพลังงานในการทำงาน ในขณะที่ 52% ของผู้นำยอมรับว่า วันทำงานของพวกเขาเต็มไปด้วยความโกลาหล
ยิ่งยุ่งมากเกินไป ก็ย่อมมีมูลค่าที่ต้องจ่ายเหมือนกัน เช่น การชดเชยระบบที่ล้มเหลว จากการที่ผู้นำลงไปทำเองเพราะคิดว่าทำได้ดีและเร็วกว่า จนไม่เกิดระบบที่แท้จริง ไปจนถึงการมองไม่เห็นถึงวิกฤต เพราะมัวแต่โฟกัสแต่งานระยะใกล้มากกว่าภาพรวมระยะไกล และยังมีค่าเสียโอกาสราคาแพงจากการไม่มีเวลาคิดเชิงกลยุทธ์ในการแข่งขันระยะยาว
แล้วถ้าความยุ่งไม่ใช่คำตอบ ผู้นำควรทำอย่างไร ?
1. Refocus
ถามตัวเองเสมอว่า เป้าหมายที่แท้จริงขององค์กรคืออะไร และบทบาทของฉันในตอนนี้คืออะไร อะไรที่คนอื่นทำแทนได้บ้างไหม
2. Create Space
ต้องยอมรับว่าการคิดเชิงกลยุทธ์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในตารางประชุมที่ชนกันได้ตลอดเวลา เพราะสมองต้องการพื้นที่ว่างในการคิดแก้ไขปัญหาและสร้างโอกาสให้ธุรกิจมากขึ้น
3. Get on the Balcony
ผู้นำต้องขึ้นไปมองจากมุมสูง เพื่อสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของการแข่งขัน และนำมาปรับกลยุทธ์และวิธีการให้สอดคล้องกับตลาดอยู่เสมอ
บทเรียนที่เราได้เรียนรู้จากความยุ่ง คือ การยุ่งจำเป็นต้องมีกลยุทธ์และความคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป แต่การทำตัวให้ยุ่งเพื่อให้ตัวเองไม่ว่างอยู่ตลอดเวลานั้น ดูเป็นสิ่งที่ไร้ค่า และบ่งบอกว่าเราอาจเป็นคนที่ไม่มีทักษะในการบริหารจัดการเวลาในการทำงานได้มีประสิทธิภาพสักเท่าไหร่ ไม่ว่าตอนนี้คุณจะเป็นพนักงานหรือผู้นำก็ตามที
อ้างอิง : Busyness is killing strategic thinking. Here’s how to prevent that from happening

Podcaster : ออฟฟิศ 0.4
Writer : สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / เป็นคนที่ใช่ในงานที่ชอบ / นี่เงินเดือนหรือเงินทอน

