ออฟฟิศ 0.4 ไปพบข้อมูลหนึ่ง ที่มีการสำรวจและพบว่า นายจ้างส่วนใหญ่กว่า 71% ให้ความสำคัญกับความฉลาดทางอารมณ์มากกว่าทักษะเชิงเทคนิคตอนประเมินผู้สมัครงาน ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 ข้อ ได้แก่
1. การตระหนักรู้ตนเอง
การรู้จักจุดแข็ง จุดอ่อน ค่านิยม และแรงจูงใจของตัวเอง
ซึ่งการตัดขาดจากสิ่งรบกวนและรับฟังตัวเองให้มากจะช่วยให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริง
2. การควบคุมตนเอง
ความสามารถในการควบคุมแรงกระตุ้น การคิดให้รอบคอบก่อนทำ ความยืดหยุ่น การเยียวยาจากความล้มเหลว
เมื่อไหร่ที่เราควบคุมความรู้สึกได้ เราจะจัดการกับความเครียด ความขัดแย้ง และอุปสรรคต่างๆ ได้ดีขึ้น
3.แรงจูงใจ
แรงจูงใจคือแรงผลักดันให้บรรลุเป้าหมายและความท้าทาย ที่มีองค์ประกอบคือ ความมุ่งมั่น ความสม่ำเสมอ และความยืดหยุ่น
เมื่อเรารู้จักแรงจูงใจที่ชัดเจนและควบคุมได้ จะส่งผลต่อการทำงานและการตัดสิ่งรบกวนออกไปได้ง่ายขึ้น
4. ความเห็นอกเห็นใจ
ความเห็นอกเห็นใจคือความสามารถในการเปิดใจเพื่อเข้าใจโลกจากมุมมองของผู้อื่น
ข้อดีของการมีความเห็นอกเห็นใจอย่างพอดี จะทำให้อีโก้ที่มากเกินไปลดลงเพื่อเพิ่มความลื่นไหลในโลกการทำงานด้วย
5. ทักษะทางสังคม
เมื่อพัฒนาทักษะทางสังคมที่ดี หมายถึง การสื่อสาร การชื่นชมการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
เราจะจัดการกับการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้อย่างราบรื่นและสร้างแรงสนับสนุนในบรรยากาศการทำงานได้
อ่านมาถึงตรงนี้ ต้องยอมรับว่า Hard Skill ต้องมาคู่กับ Soft Skill และ Emotional Intelligence หรือความฉลาดทางอารมณ์เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นสิ่งที่พัฒนาได้เรื่อยๆ แบบไม่มีวันจบสิ้น ซึ่งจะช่วยให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น หลีกเลี่ยงความเครียด และมีความสุขมากขึ้น ทั้งในที่ทำงานและชีวิตส่วนตัวด้วยเช่นกัน
Ref:

Podcaster : ออฟฟิศ 0.4
Writer : สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / เป็นคนที่ใช่ในงานที่ชอบ / นี่เงินเดือนหรือเงินทอน

