ชายแก่กับถังน้ำ นิทานที่สอนเราเรื่องการทำงานในองค์กร

10 February 2020

ชายแก่ฐานะยากจนคนหนึ่งใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ทุกวันเขาจะต้องหาบถังน้ำสองใบ เพื่อไปตักน้ำจากแม่น้ำที่ห่างจากบ้านของเขาเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร กระทั่งถังใบหนึ่งของเขาเริ่มมีรอยแตกรั่ว ทุกครั้งที่เขาหาบน้ำกลับบ้านจะมีร่องรอยของหยดน้ำทิ้งไว้ตามทางอยู่เสมอ ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่นำกลับมาลดน้อยลง

หากเปรียบเทียบเรื่องราวของชายแก่เป็นการทำงานในองค์กร แน่นอนว่าถังรั่วไปนั้นคงเป็นพนักงานที่ไม่ได้อยู่ในมาตรฐานที่ควรสนับสนุนและส่งเสริม ในทางตรงกันข้ามผู้บริหารหรือเจ้านายของพนักงานคนนั้นคงกุมขมับ และตำหนิในความผิดพลาดที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มีเจ้านายคนไหนอยากได้พนักงานที่ไม่สมบูรณ์แบบ คำถามที่ตามมาคือ ความสมบูรณ์แบบมีจริงหรือ แล้วองค์กรที่มีพนักงานเป็นร้อยเป็นพันคน เขาบริหารจัดการกับพนักงานที่มีความบกพร่องเหมือนกับถังน้ำใบนั้นกันได้อย่างไร

ลึกๆ แล้วผมมั่นใจว่าใครที่เคยทำงานย่อมเคยได้รับมอบหมายงานที่ไม่สอดคล้องต่อศักยภาพของตัวเองมากนัก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม นี่อาจเป็นการลดทอนความมั่นใจทางอ้อมให้แก่พนักงาน โดยที่ผู้บริหารหรือเจ้านายอาจไม่รู้ตัว แม้พวกเขาอาจบอกว่าไม่เป็นไร แต่งานทุกชิ้นคือหลักฐานสำคัญ          ที่สามารถย้อนกลับมาสะท้อนความสมบูรณ์จนได้รับคำชม หรือความบกพร่องจนเกิดความไม่น่าไว้วางใจ ผลลัพธ์อย่างหลังนี่แหละครับที่คล้ายกับถังรั่วของชายแก่ ที่ผู้บริหารหรือเจ้านายควรมองย้อนกลับไปว่าเหตุใดงานถึงไม่ได้ตามความต้องการอย่างที่หวังไว้

ผู้บริหารคนหนึ่งได้เล่าประสบการณ์การบริหารพนักงานได้อย่างน่าสนใจว่า โดยธรรมชาติทุกองค์กรจะมีพนักงานจำนวนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้เรื่อง และมักทำอะไรผิดอยู่บ่อยๆ สุดท้ายต้องแก้ไขด้วยการตักเตือน หรือชี้ให้เห็นข้อบกพร่อง แต่ก็ยังคงมีปัญหาเกิดขึ้นไม่รู้จักจบสิ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ผู้บริหารส่วนใหญ่มักเพ่งเล็งไปยังข้อผิดพลาดเหล่านั้น และเริ่มพิจารณาหนทางในการจัดการต่อพนักงาน ทว่าแต่เขาคิดในทางตรงกันข้ามว่า ถ้าเราอยากเปลี่ยนอะไรแล้วสามารถเปลี่ยนได้ก็จงเปลี่ยน ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ลองเปิดใจมองหาแง่ดีของพนักงานที่ถูกมองว่าไร้ศักยภาพด้วยการหาต้นทุนความสามารถที่แท้จริง

ผู้บริหารพบว่าถังรั่วที่ดูไร้ประโยชน์กลับมีประโยชน์มากมายต่อองค์กร หลายคนมีความสามารถอย่างน่าทึ่งเมื่อได้รับการมอบหมายงานที่พวกเขาถนัด จนเริ่มกลับมามีความมั่นใจในการทำงานและความรับผิดชอบของตัวเอง ที่สำคัญเมื่อเขาตระหนักได้ว่าตัวเองมีความสำคัญต่อองค์กร และผู้บริหารให้ความสำคัญต่อพวกเขา ทัศนคติของพวกเขาจึงเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

พวกเขาไม่ได้ทำงานเพื่อรอผลตอบแทนปลายเดือน หรือทำงานเพื่อชะลอเวลาต่อการหางานใหม่อีกต่อไป แต่พวกเขาทำงานเพื่อสร้างคุณค่าพร้อมกับผลตอบแทนไปด้วย การสร้างคุณค่า และความภาคภูมิใจอาจเป็นสิ่งที่ผู้บริหารมองเห็น และจับต้องได้ยาก แต่สิ่งเหล่านี้คือต้นทุนแฝงที่คุ้มค่าต่อองค์กรอย่างประเมินค่าไม่ได้

หากมองย้อนกลับไปในปัญหาเดิม ผู้บริหารกำลังใช้วิธีลงโทษขั้นเด็ดขาดต่อถังรั่วหลายใบในองค์กร นั่นคือโยนถังเหล่านั้นทิ้งไปซะแล้วลงทุนซื้อถังใบใหม่เข้ามาบรรจุน้ำแทน ซึ่งอาจต้องจ่ายแพงกว่าทั้งในแง่ของค่าจ้าง และระยะเวลาที่ต้องมาปรับตัวเรียนรู้กันใหม่ทั้งในแง่ของวัฒนธรรม และลักษณะนิสัย  นี่อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า หรือไม่ก็ขาดทุน เพราะเกิดการเข้า-ออกจนงานขององค์กรเกิดอาการชะงักอยู่บ่อยๆ คล้ายกับโรคร้ายที่ผู้บริหารวินิจฉัยผิดพลาด จนเกิดการจ่ายยารักษาผิดโรค!

ปัญหาของพนักงานสามารถเกิดทั้งที่ตัวพนักงานเอง หรือการมอบหมายงานที่ไม่เหมาะสม      และสอดคล้องต่อความสามารถของพนักงานจากผู้บริหารหรือเจ้านาย เหตุเหล่านี้ไม่ได้จงใจจะต่อว่าผู้บริหาร เจ้านาย หรือพนักงาน แต่พยายามหาจุดร่วมของการเดินหน้าให้แก่องค์กรทุกระดับ เพราะทรัพยากรบุคคลคือทรัพย์สินที่เป็นทั้งสมบัติ และหนี้สินที่องค์กรต้องแบกรับไว้ อยู่ที่ว่าผู้มีอำนาจจะสร้างพวกเขาให้เป็นแบบไหน ด้วยวิธีการอะไรคงอยู่ที่กึ๋นและการจัดการต่อถังรั่วเหล่านั้น

ย้อนกลับไปยังชีวิตของชายแก่ที่ยังคงหาบน้ำไปกลับอยู่ทุกวัน นานวันเข้าข้างทางของฝั่งถังรั่วของชายแก่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพรรณที่ผลิดอกออกสีสันสร้างบรรยากาศที่สวยงามระหว่างทางของตัวชายแก่และผู้อื่น คุณคงสงสัยใช่ไหมครับว่าดอกไม้เหล่านี้มาจากไหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร นั่นเพราะชายแก่เห็นประโยชน์ของถังรั่วใบนั้นว่ามีน้ำหยดตามทางมาตลอด ชายแก่จึงพกเมล็ดไม้ดอกนานาพรรณติดตัวไปด้วย และเริ่มหว่านเมล็ดเหล่านั้นลงบนพื้นดินตอนขากลับที่เขาต้องหาบถังน้ำกลับบ้าน

ถังรั่วใบนั้นแหละครับที่เป็นส่วนหนึ่งทำให้ข้างทางเต็มไปด้วยความสวยงาม ความสวยงามที่เกิดจากความไม่สมบูรณ์ในสายตาผู้อื่นที่ไม่เคยมองเห็นศักยภาพอันแท้จริงของมัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *