ทำไมสุขภาพจิตกลายเป็นขีดความสามารถใหม่ของผู้นำ

2 June 2026

ถ้าเราพูดถึงการเป็นผู้นำในยุคก่อน ภาพจำที่ทุกคนนึกถึงคือคนที่ต้องมีความอึด ถึก ทน พร้อมแบกรับความกดดันได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีสิทธิ์แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แต่ยุคนี้ความอึดอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะจำเป็นต้องมีเรื่องของจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องที่คนเป็นผู้นำต้องหัดบริหารให้เป็นด้วย 

โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้นิยามคำว่า สุขภาพจิต ไว้ว่า “สภาวะแห่งความสุขสมบูรณ์ของจิตใจ ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถรับมือกับความเครียดในชีวิต ตระหนักถึงความสามารถของตนเอง เรียนรู้และทำงานได้ดี และสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนได้”

ซึ่งเรื่องของสุขภาพจิตก็มีวิธีในการบริหารสำหรับคนที่เป็นผู้นำที่ต้องรับผิดชอบงานและผู้คน โดยแบ่งออกเป็น 4 แกนหลัก

1. Stress Literacy  

ผู้นำต้องเข้าใจกลไกของความเครียด ทั้งในแง่บวกที่ช่วยกระตุ้นการทำงาน และแง่ลบที่คอยทำลายศักยภาพ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการผลกระทบของมันที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองและทีมงานได้

2. Mindfulness 

ความสามารถในการจดจ่ออยู่กับสถานการณ์ตรงหน้า เพื่อคัดกรองข้อมูลที่รกสมอง และสามารถตัดสินใจได้ดีในยามวิกฤต

3. Emotional Resilience 

ความยืดหยุ่นทางอารมณ์ คือ การไม่กดขี่หรือปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง เช่น ความกลัว ความกังวล และพยายามเรียนรู้ที่จะยอมรับและแปลงอารมณ์เหล่านั้นมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนงาน

4. Human Connection 

การอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ กลายเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถสูงในยุคนี้ที่ผู้นำจำเป็นต้องมีเช่นกัน 

นอกเหนือจากวิธีการบริหารสุขภาพจิต 4 ข้อนี้แล้ว บางครั้งเราเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่า เรากำลังทำงานเกินขีดจำกัดของจิตใจตัวเอง จนเกิดอาการหัวใจเต้นรัว ฝ่ามือมีเหงื่อซึม และความคิดเริ่มฟุ้งซ่านจากความวิตกกังวล 

หากเกิดอาการเช่นนี้ ดร. รัส แฮร์ริส ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก แนะนำให้ใช้กระบวนการ Acceptance and Commitment Therapy ซึ่งมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

– Pause & Acknowledge

ให้หยุดทุกอย่างชั่วครู่ ยอมรับกับตัวเองตรงๆ ว่า ตอนนี้ฉันกำลังกังวลอยู่ เพราะการยอมรับความจริงจะช่วยลดการต่อต้านในสมอง

– Contact the Present Moment

ดึงความสนใจกลับมาที่ร่างกาย ลมหายใจ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อหยุดความคิดที่วิ่งไปล่วงหน้า

– Define a Concrete Task 

ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่จับต้องได้ใน 1 ชั่วโมงข้างหน้า เช่น ฉันจะเขียนรายงานหน้านี้ให้เสร็จ หรือฉันจะตรวจงบการเงินส่วนนี้ เป็นต้น 

ดร. รัส แฮร์ริส อธิบายว่าเมื่อสมองของเราจดจ่อกับงานที่อยู่ตรงหน้าอย่างแท้จริง ระดับความวิตกกังวลจะค่อยๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ และเมื่อทำงานนั้นสำเร็จ ผู้นำก็ควรให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ กับตัวเอง เพื่อเป็นการรีเซ็ตระบบโดปามีนในสมองด้วยเช่นกัน 

มาถึงตรงนี้ ยุคสมัยที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว ความอึด ทึก ทน ก็เป็นสิ่งจำเป็น แต่สิ่งที่จำเป็นและควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษก็คือ สุขภาพจิตของผู้นำ ที่เป็นตัวกำหนดบรรยากาศและทิศทางในการบริหารองค์กรให้มีศักยภาพและความสุขควบคู่ไปด้วยกัน

อ้างอิง : Becoming a mentally healthy leader

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *