เราต้องยอมรับว่า บทบาทของหัวหน้าด้วยการยืนสั่ง นั่งสั่ง แล้วรอลูกน้องส่งผลงานมาอย่างเดียวอาจจะไม่ค่อยเวิร์กสักเท่าไหร่นักในยุคนี้
โดยเฉพาะหัวหน้าที่ต้องทำงานกับคนหลายเจเนอเรชั่น ที่ต้องการเห็นความรู้ ความคิด ความสามารถ เพื่อก่อให้เกิดการยอมรับและความไว้เนื้อเชื่อใจในการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างอนาคตให้พวกเขาเห็นนั่นเอง
จากเหตุเหล่านั้น เลยส่งผลมาถึงความจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการบริหารงานและคนว่าควรต้องทำอะไรต่อไปบ้าง ซึ่งจากประสบการณ์พบว่ามีปัจจัย 4 P ที่หลายคนคุ้นเคยและยังจำเป็นอยู่ ก็คือ
1. People
กลยุทธ์ที่ต้อง รู้จัก รู้ใจ รู้ทันต่อผู้คนโดยเฉพาะคนในทีมที่เราต้องบริหารจัดการด้วย เพื่อให้พวกเขาเข้าใจและมีเป้าหมายไปพร้อมกับเราและองค์กร ซึ่งสิ่งที่จะเข้าถึงได้ก็คือ การสื่อสารกันอยู่บ่อย ๆ นั่นเอง
2. Process
กระบวนการจะทำให้งานเป็นระบบมากขึ้น และทำให้ไม่ต้องยึดกับความสามารถใครคนใดคนหนึ่งมากเกินไปในการแก้ไขปัญหา ซึ่งการมีระบบที่แข็งแรง ก็จะลดข้อผิดพลาดได้ รวมถึงการหาข้อผิดพลาดเจอได้ง่ายขึ้น
3. Performance
ทุกอย่างที่ทำลงไปควรวัดผลได้ ไม่ในเชิงตัวเลข ก็ความคิดเห็นหลังการทำงาน ที่สะท้อนออกมาจากความรู้สึก ที่ส่งผลต่อบรรยากาศในการทำงานด้วยเช่นกัน
4. Profit
สุดท้าย งานขององค์กรหรือบริษัท ก็ต้องลงเอยด้วยผลกำไรเสมอ เพื่อการเติบโตทั้งในเชิงขององค์กร ฐานรายได้ และคุณภาพชีวิตของคนทำงานด้วยเช่นกัน
จะเห็นได้ว่าทั้ง 4 ข้อนี้คือ กลยุทธ์ที่หัวหน้าจำเป็นต้องใช้ในการทำงานมากขึ้น ถึงแม้ว่าหลายคนอาจมมองว่ามันเยอะเกิดความจำเป็น แต่ก็คงไม่เกินจริงมากนัก ที่เราจะบอกว่าทั้ง 4 ข้อนี้ล้วนเกี่ยวข้องกันจนแยกไม่ได้ แถมยังมีส่วนสำคัญซึ่งกันและกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ บรรยากาศ ความพึงพอใจ กำไร และการเติบโตนั่นเอง

Podcaster : ออฟฟิศ 0.4
Writer : สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / เป็นคนที่ใช่ในงานที่ชอบ / นี่เงินเดือนหรือเงินทอน

