ความเงียบของหัวหน้ามีต้นทุนที่ต้องจ่ายมากกว่าที่คิด !
ออฟฟิศ 0.4 ไปอ่านเจอบทความของ Ashley Herd ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม “The Manager Method” ซึ่งมุ่งเน้นการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะหัวหน้างาน และเพิ่งออกหนังสือชื่อ “The Manager Method: 12 Strategic Steps to Improve Your Team’s Performance” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกันกับธุรกิจของเธอด้วย

Ashley Herd ได้อธิบายถึงประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับต้นทุนแฝงของการไม่กล้าให้ Feedback ลูกน้อง ซึ่งมักเป็นปัญหาที่หัวหน้าหลายคนเจอ จากความรู้สึกกังวล และยอมปล่อยให้เรื่องมันเงียบไป เพื่อหวังว่ามันจะดีขึ้นเอง ซึ่ง Ashley Herd ย้ำว่าไม่มีวันที่มันจะดีขึ้น ถ้าหัวหน้าไม่ยอมฟีดแบคกับลูกน้องเอง
มาถึงประเด็นสำคัญอย่างต้นทุนที่ต้องจ่ายเมื่อหัวหน้าเลือกที่จะเงียบ..
ประเด็นนี้ Ashley ได้สะท้อนผ่านมุมมองหลายมุม เช่น..
– มุมมองกฎหมาย หรือ HR
กรณีนี้การปล่อยไว้จนถึงวันที่ทนไม่ไหวแล้วจะให้ออก ประวัติการทำงานที่ผ่านมาอย่าง Performance Review มักจะออกมา “กลางๆ” หรือ “ดี” เพราะหัวหน้าเลี่ยงการคุยเรื่องแย่ ๆ จนอาจทำให้บริษัทมีความเสี่ยงทางกฎหมายเพราะไม่มีหลักฐานการตักเตือน
– มุมมองจากพนักงาน
พนักงานจำนวนมากสะท้อนผ่าน Glassdoor บริษัทที่เก็บมุมมองจากพนักงานทั่วโลกว่า ไม่มีใครบอกเลยว่าทำอะไรพลาด จนกระทั่งวันที่โดนไล่ออก
การไม่ให้ Feedback คือการปิดโอกาสไม่ให้พวกเขาได้พัฒนา และสร้างความรู้สึกโดนหักหลังในภายหลังด้วยเช่นกัน
ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อใจที่พังทลาย เพราะเมื่อพนักงานไม่ได้รับ Feedback ที่ชัดเจน เขาจะเริ่มเดาเอาเอง ซึ่งมักนำไปสู่ความเข้าใจผิดและการทำงานที่ผิดทิศทาง
ส่วนวิธีในการแก้ไข Ashley Herd ได้อ้างอิงคิดจาก Rebecca Hinds ผู้เขียนหนังสือ Your Best Meeting Ever ไว้ด้วย นั่นคือเฟรมเวิร์ก Pause-Consider-Act เพื่อเอาชนะความกลัวในการให้ Feedback เช่น..
Pause: ก่อนการประชุม One-on-One ให้ถามตัวเองว่า มี Feedback อะไรที่เราถือค้างไว้และยังไม่ได้บอกไหม ?
Consider: สำรวจว่าอะไรฉุดรั้งเราไว้ เช่น กลัวลูกน้องโกรธ หรือกลัวเสียความสัมพันธ์ ถ้าเป็นแบบนั้นให้ลองถามกลับกันว่า ถ้าหัวหน้ามา Feedback ให้เรา แต่เขาไม่บอกเพราะกลัวเราเสียใจ เราจะอยากให้เขาทำแบบนั้นไหม ? จากประสบการณ์แล้ว ออฟฟิศ 0.4 คิดว่าส่วนใหญ่เราย่อมอยากรู้เพื่อที่จะได้ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นและเก่งขึ้นนะ
Act : เริ่มบทสนทนาโดยแชร์สิ่งที่คุณสังเกตเห็น และรับฟังมุมมองของเขา
มาถึงตรงนี้หัวหน้าป้ายแดงหลายคนอาจตั้งคำถามว่า เอ่อ..คุณ Ashley แบบนี้ต้องมีสคริปไหม
Ashley แนะนำว่าให้เริ่มบทสนทนาแบบง่าย ๆ จริงใจ ไม่ต้องมีสคริปต์ให้วุ่นวาย เช่น พี่ตั้งใจอยากจะให้ Feedback ที่ช่วยให้น้องเติบโตในสายอาชีพได้จริงๆ พี่นึกถึงเรื่อง (ระบุปัญหา) และอยากจะคุยกับน้องเรื่องนี้ หรือถ้าไม่ได้ฟีดแบคนานเกินไป ก็ให้ยอมรับตรงๆ ว่า “พี่ควรจะบอกเรื่องนี้เร็วกว่านี้ ซึ่งเป็นความผิดของพี่เองที่ไม่ได้พูด แต่พี่ไม่อยากให้มันผ่านไปโดยที่เราไม่ได้คุยกัน
สุดท้าย Ashley Herd บอกว่าการเป็นหัวหน้าที่ใจดี ไม่ใช่การเลี่ยงความขัดแย้ง แต่คือการกล้าพูดตรง ๆ อย่างมีศิลปะ เพื่อช่วยให้ลูกน้องเก่งขึ้น ดังนั้น การให้ Feedback จึงเป็นการสร้างความเชื่อใจ และการแสดงออกว่าเรายืนอยู่ข้างเดียวกับเขา เพื่อช่วยให้เขาทำงานได้ดีขึ้นนั่นเอง..
อ้างอิง : The feedback you’re not giving is costing more than you think

Podcaster : ออฟฟิศ 0.4
Writer : สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / เป็นคนที่ใช่ในงานที่ชอบ / นี่เงินเดือนหรือเงินทอน

