เมื่อความรู้สึกว่ายังดีไม่พอกำลังเป็นต้นทุนของภาวะ Burnout

26 June 2026

หากเรามองดูโปรไฟล์ของคนรอบตัวในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นตําแหน่งหน้าที่การงานที่น่าประทับใจ รายชื่อโปรเจกต์ระดับพันล้าน หรือประวัติการทำงานที่ดูสมบูรณ์แบบบน LinkedIn

เราคงคิดว่า คนเหล่านี้คือคนที่ประสบความสำเร็จ และน่าจะมีความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม

แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ภูเขาแห่งความสำเร็จเหล่านั้น กลับมีสงครามเงียบที่เกิดขึ้นในใจของใครหลายคนอยู่

 Sally Clarke ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและการ Burnout ได้แชร์ประสบการณ์จากการพบปะพูดคุยกับเหล่า High Performers จำนวนมากว่า สิ่งที่สะท้อนออกมาในบทสนทนาส่วนตัวจากคนกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มักเป็นคำพูดที่ว่า.. 

“ฉันมีอะไรดีพอที่จะไปเสนอคนอื่นจริง ๆ หรือ” 

“ถ้าเทียบกับคนนั้นแล้ว ฉันน่ะยังห่างไกล” 

“อีกไม่นานหรอก ทุกคนคงจะรู้ว่าจริง ๆ ว่าฉันไม่มีความสามารถขนาดนั้น”

น่าแปลกใจใช่ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนเก่ง ๆ ในยุคนี้ ? 

ทำไมยิ่งประสบความสำเร็จ.. กลับยิ่งรู้สึกว่าตัวเองยังดีไม่พอ 

Sally Clarke อธิบายว่า ในทางจิตวิทยาปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Impostor Phenomenon” หรืออาการคิดว่าตัวเองเป็นคนลวงโลก ซึ่งก็คือ แนวโน้มที่เรามักจะยกเครดิตความสำเร็จให้กับปัจจัยภายนอก เช่น โชคชะตา จังหวะเวลา หรือคนอื่น แต่พอเจอเรื่องผิดพลาดเพียงเล็กน้อย กลับตอกย้ำตัวเองว่า เป็นเพราะเรามันไร้ความสามารถ

ความรู้สึกที่ว่าฉันยังดีไม่พอนี้เอง ที่กำลังเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่พนักงานและผู้บริหารระดับสูงหลายคนต้องจ่าย และผลลัพธ์ของมันคือสิ่งที่เรียกว่า “Burnout” นั่นเอง

ลองจินตนาการถึง ผู้บริหารระดับ C Level ที่พรีเซนต์งานผ่านไปด้วยดี แต่พอกลับบ้านไป กลับนอนคิดวนเวียนอยู่แค่กับคำถามที่ตอบติดขัดเพียงคำถามเดียว หรือนักการตลาดที่ต้องแก้ชิ้นงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะรู้สึกว่าการปล่อยวาง คือ ความเสี่ยง

แล้วเราจะก้าวข้ามผ่านหลุมพรางนี้ได้อย่างไร ? 

Sally Clarke ได้เสนอแนวคิดที่เรียกว่า “The 3 Selfs Framework” เพื่อปรับ Mindset และปกป้องเราจากภาวะการหมดไฟ

1. Self-Knowledge 

ไม่ใช่แค่การรู้ว่า เราเก่งอะไรหรือไม่เก่งอะไร แต่คือการเข้าใจที่มาของความเชื่อในใจเรา หลายคนโตมาในครอบครัวที่จะได้รับคำชมก็ต่อเมื่อมีผลงาน หรือเคยทำงานในองค์กรที่มองว่า การทำงานหนักจนเกินตัวเป็นเรื่องปกติ 

สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้สมองสั่งการว่า ถ้าอยากปลอดภัย ฉันต้องสมบูรณ์แบบ ห้ามพลาดเด็ดขาด การตระหนักรู้ตรงนี้ จะช่วยเปลี่ยนความคิดจากความจริงที่ต้องเป็น ให้กลายเป็นแค่เรื่องเล่าเรื่องหนึ่งในอดีต ที่เราสามารถเข้าไปสำรวจและปรับปรุงเพื่อให้ชีวิตผ่อนคลายลงได้ 

2. Self-Awareness  

เมื่อเราแยกตัวเราออกจากความคิดที่ไม่ดีต่อตัวเองได้ เราจะเริ่มรู้เท่าทันตัวเอง เช่น เวลาที่หัวหน้ายื่นโอกาสใหม่ให้ แล้วแวบแรกเราอยากปฏิเสธเพราะกลัวโดนจับได้ว่าไม่เก่งจริง ให้เราหยุดมองเพื่อรับรู้ว่า “อ๋อ ความกลัวแบบเดิม ๆ มันทำงานอีกแล้วนะ” ซึ่งการหยุดคิดจะช่วยให้เราตอบสนองความคิดตัวเองด้วยเหตุผล แทนที่จะใช้อารมณ์ตัดสินนั่นเอง 

3. Self-Compassion

หลายคนเข้าใจผิดว่า การใจดีกับตัวเองคือการหย่อนยาน หรือการลดมาตรฐานลง แต่งานวิจัยกลับชี้ไปในทางตรงกันข้าม เพราะคนที่มี Self-Compassion สูง จะมีความยืดหยุ่นทางอารมณ์สูงกว่า เครียดน้อยกว่า และเกิดภาวะ Burnout ต่ำกว่ามากเวลาที่เราทำงานพลาด 

Sally Clarke  เลยอยากแนะนำให้เราลองเขียนเสียงในหัวที่กำลังด่าตัวเราเองอยู่ลงบนกระดาษ แล้วลองถามตัวเองกลับไปว่า ถ้าเพื่อนร่วมงานที่เราเคารพทำพลาดแบบเดียวกันนี้ เราจะพูดปลอบใจเขาอย่างไร ? 

เชื่อไหมว่า.. สิ่งที่เราจะพูดกับคนอื่น มักจะใจดีกว่าสิ่งที่เราพูดกับตัวเองเสมอ 

ดังนั้น..เราก็ควรใจดีกับตัวเองด้วยเช่นกัน 

ใครที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการสงสัยตัวเอง แถมยังเคยก้าวผ่านปัญหานี้มาได้ ก็มาแชร์ประสบการณ์เหล่านี้ให้ชาว ออฟฟิศ 0.4 ได้เรียนรู้ไปด้วยกันได้นะ 

อ้างอิง : Feeling like you’re not enough can lead to burnout. These mindset shifts can prevent that

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *