เราจะหางานที่ทำแล้วมีความสุขได้อย่างไร ?

23 June 2026

ถ้าเราทำงานประจำแบบ Full-time ในหนึ่งสัปดาห์ เวลาส่วนใหญ่ของเราจะหมดไปกับการทำงาน ไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของชีวิต แถมหลายครั้ง สมองของเรายังแอบคิดเรื่องงาน แม้ในเวลาที่เลิกงานไปแล้ว

ดังนั้น แม้งานจะไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าเราได้ทำงานที่ตอบโจทย์ ชีวิตโดยรวมของเราก็จะมีความสุขมากขึ้น

แต่คำถามคือ เราจะหางานแบบนั้นเจอได้อย่างไร?

Art Markman ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ก่อนจะหางานที่ใช่ เราต้องเข้าใจก่อนว่า สิ่งที่เราควรตามหา อาจไม่ใช่ความสุขแต่เป็น “ความพึงพอใจ”

สองคำนี้ แตกต่างกันอย่างไร ?

– ความสุข คือ อารมณ์ชั่วครู่ชั่วยามที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

– ความพึงพอใจ คือ ความรู้สึกภาคภูมิใจที่สะสมมาในระยะยาว

Art Markman  เปรียบให้เราเข้าใจว่าเหมือน นักวิ่งมาราธอน เพราะระหว่างทางเขาอาจจะเหนื่อยล้า เจ็บปวด และไม่มีความสุขในทุกก้าวที่เหยียบลงพื้น แต่เมื่อเขาวิ่งเข้าเส้นชัย ความรู้สึกภาคภูมิใจ และพึงพอใจในความพยายามนั้นจะอยู่กับเขาไปอีกนาน

การทำงานก็เช่นกัน งานที่ตอบโจทย์อาจมีช่วงที่เครียดหรือกดดันบ้าง แต่ในภาพรวม มันต้องสร้างความพึงพอใจให้เราได้

Art Markman ได้มอบ 3 กลยุทธ์ในการเลือกงาน เพื่อให้เราเจองานที่ใช่ในระยะยาว

1. ความอิสระและการหาจุดที่ใช่ 

– การมีอิสระในการควบคุม มีอำนาจในการตัดสินใจเลือกโปรเจกต์ จัดสรรเวลา หรือเลือกวิธีทำงานของตัวเองได้มากจะยิ่งทำให้เรารู้สึกดีกับงานมากขึ้น

– หาเคมีที่ตรงกันระหว่าง “งาน” กับ “บุคลิกภาพ” เช่น ถ้าเราเป็นคนละเอียดรอบคอบ เราจะสนุกกับงานที่ต้องลงดีเทล แต่ถ้าเราเป็นคนชอบเข้าสังคม การได้ทำงานที่ต้องเจอผู้คนใหม่ ๆ ก็จะตอบโจทย์เรามากกว่า

ที่น่าสนใจคือ ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ เราอาจจะยังไม่มีอำนาจควบคุมอะไรมากนัก แต่ถ้าเราเริ่มเห็นพัฒนาการว่า เราได้รับความไว้วางใจ และมีอิสระมากขึ้นเรื่อย ๆ ความพึงพอใจในงานก็จะค่อย ๆ เติบโตตามไปด้วย 

2. ตัดพลังลบออกไป 

– หลายคนมักมองข้ามข้อนี้ตอนหางาน แต่รู้ไหมว่า การต้องติดอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน ๆ ในทุก ๆ วัน คือตัวการสำคัญที่บั่นทอนความสุขในชีวิตอย่างมหาศาล

–  คำกล่าวที่ว่า “คนเราไม่ได้ลาออกจากงาน แต่ลาออกจากหัวหน้า” ยังคงเป็นจริงเสมอ หัวหน้าที่คอยให้ Feedback แย่ ๆ หรือสร้างบรรยากาศที่เป็นพิษ จะทำลายความภาคภูมิใจในงานของเราจนหมดสิ้น

ดังนั้น ตอนสัมภาษณ์งาน ลองสังเกตบรรยากาศรอบตัว หรือสืบดูว่าคนในทีมรู้สึกอย่างไรกับหัวหน้าคนนี้ ถ้าสัญญาณเตือนภัยของเราเริ่มทำงาน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเราควรคิดดี ๆ ก่อนจะเซ็นสัญญา

3. ปรับเป้าหมายให้ตรงกับ “คุณค่า” ของตัวเอง

ในทางจิตวิทยา คุณค่าของคนเรามักจะถูกขับเคลื่อนด้วย 2 แกนหลัก ๆ คือ

– เน้นตัวเอง หรือ เน้นผู้อื่น 

– ชอบความท้าทายแปลกใหม่ หรือ ชอบความมั่นคง 

ถ้าคุณค่าของเราคือการเติบโตและความสำเร็จส่วนตัว งานในบริษัทที่ขับเคลื่อนเร็ว มีการแข่งขันสูง เน้นล่ารางวัล ก็อาจจะเหมาะกับเรา

แต่ถ้าคุณค่าของเราคือการช่วยเหลือสังคม หรือต้องการความมั่นคงในชีวิต งานที่ได้ช่วยเหลือผู้คน หรือองค์กรที่มีระบบระเบียบชัดเจน ก็จะตอบโจทย์มากกว่า

แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ คุณค่าในใจเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เมื่อเราโตขึ้น ผ่านเหตุการณ์สำคัญในชีวิต เช่น แต่งงา  มีลูก หรือผ่านการเจ็บป่วยรุนแรง สิ่งที่เราให้ความสำคัญจะเปลี่ยนไป

งานที่เคยสนุกและตอบโจทย์เราในวัย 25 ปี อาจกลายเป็นงานที่สร้างความทุกข์ให้เราในวัย 35 ปี เพราะคุณค่าในใจเราได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่ตัวงานยังอยู่ที่เดิม

สุดท้ายแล้ว การหางานที่ทำให้มีความสุข อาจไม่ใช่การวิ่งตามหางานที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันคือการเข้าใจตัวเอง รู้ว่าเราชอบอะไร รับความเสี่ยงได้แค่ไหน เพื่อที่จะทำให้เรากล้าตัดสิ่งที่เป็นพิษออกไปจากชีวิตนั่นเอง

เพราะอย่าลืมว่าสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดที่ตัวเรามี ไม่ใช่เงินทองในบัญชีอย่างเดียว แต่เป็น “เวลา และ พลังงานชีวิต” ของเราเองด้วย

คำถามคือ วันนี้เรากำลังใช้สินทรัพย์เหล่านั้น ไปกับงานที่สร้างความพึงพอใจให้กับเรา แล้วหรือยัง..

อ้างอิง : How do you find a job that will make you happy?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *