โอกาสและความผิดพลาดสิ่งที่หัวหน้าต้องดึงศักยภาพจากคนรุ่นใหม่

16 April 2022

เพิ่งไปดู Fast & Feel Love มาหมาดๆ ฉากแรกก็ประทับใจเลย เพราะเป็นฉากที่นักเรียนมาบอกครูแนะแนวว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ซึ่งมีทั้งนักแกะสลักน้ำแข็ง นักร้อง นักเดินทาง คนขายกัญชา และอื่นๆ อีกมากมาย (ไปดูต่อกันเองนะ ฮา)

เราก็เลยย้อนกลับมาที่ตัวเองว่า การเป็นหัวหน้าก็เหมือนครูแนะแนวเหมือนกันนะ สำหรับหัวหน้าที่มีลูกน้องเป็น First Jobber ซึ่งเชื่อว่าบางคนก็ยังไม่แน่ชัดในเส้นทางการทำงานของตัวเองหรอกว่าถนัดและชื่นชอบงานที่กำลังทำอยู่ไหม แต่ที่ต้องทำเพราะถึงวัยต้องดูแลตัวเองแล้ว

ซึ่งพอมานั่งคิดก็พบว่าอีกหนึ่งความสามารถที่คนมีอำนาจอย่างหัวหน้าต้องมอบให้พวกเขา ก็คือพื้นที่แห่งโอกาส อารมณ์เหมือนเราต้องสร้าง Playground ไว้ให้พวกเขาคอยฝึกซ้อมสลับกับการปล่อยลงสนามจริงเพื่อไปแสดงศักยภาพด้วย

ยิ่งทีมเป็นคนทำงานรุ่นใหม่ หมายถึงช่วงอายุ 23 – 27 ปี ยิ่งเป็นช่วงเวลาทองที่ต้องคอยเปิดโอกาสและหาสนามให้พวกเขาอยู่บ่อย ๆ จริง ๆ ก็แอบเอาประสบการณ์ตัวเองในอดีตมาเป็นบทเรียนด้วย ผ่านคำถาม What if ว่า ถ้าตอนนั้นเราได้มีโอกาสแบบนั้นแบบนี้ มันจะดีกว่าที่เป็นอยู่ไหมนะ แต่การเปิดโอกาสก็ต้องดูทักษะและความสามารถตามรายละเอียดของบุคคลด้วย เพื่อหาสนามที่เหมาะสมเพื่อสร้างความคุ้นเคยและความมั่นใจให้พวกเขาก่อน

แต่ความมั่นใจอย่างแรกที่สามารถสร้างให้พวกเขาได้เลย คือการให้ฟีดแบคที่ไม่ควรไปปัดตกหรือใช้คำพูดดูถูกความคิดของพวกเขาแบบรุนแรง ซึ่งเราว่ามันเป็นวิถีโบราณและไปกดทับนวัตกรรมที่อาจเกิดจากการต่อยอดจากไอเดียหรือความผิดพลาดที่อาจไม่ได้เรื่องในช่วงแรกก็ได้

เพราะเดี๋ยวนี้องค์กรสมัยใหม่ เขาเริ่มมีการสร้างวัฒนธรรมส่งเสริมความผิดพลาดเพื่อเรียนรู้และต่อยอดให้เกิดสิ่งใหม่ๆ เข้ามามากขึ้นแล้วนะ นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกการทำงาน ถึงแม้ว่าบางงานจะผิดพลาดไม่ได้เลย อันนี้ก็ต้องดูตามความเหมาะสมของแต่ละอุตสาหกรรมเอา

ดังนั้น การฟีดแบคด้วยการมองเข้าไปในตัวไอเดีย มองเข้าไปในความตั้งใจของพวกเขา คือสิ่งแรกที่เราทำ จากนั้นก็ค่อย ๆ ดูว่าจุดไหนที่ถ้าเติมแต่งหรือพัฒนาได้มันจะดีขึ้นมากกว่านี้ และลองกลับไปปรับดูแล้วมาอัพเดทกัน ซึ่งเอาเข้าจริง มันคือกระบวนการนำกลับไปพัฒนามาเพิ่ม แต่แค่ไม่ได้มีการใส่อารมณ์รุนแรงเข้าไป ซึ่งส่วนตัวเคยโดนและไม่ชอบ (ใครจะชอบวะ 55) ก็พบว่าเออจริง ๆ มันออกแบบกันได้นะเรื่องแบบนี้ แถมงานเดิน อารมณ์พวกเขาก็ไม่เสีย จิตใจไม่พัง แถมเติมความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันอีก

ที่สำคัญเวลาพวกเขามีปัญหาก็ไม่ต้องกังวลหรือกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเข้าหาเพื่อมาปรึกษากับปัญหาที่เจอ เพราะบางปัญหามันต้องแข่งกับความรวดเร็วด้วย การเชื่อมทีมด้วยการฟีดแบค กับการหาสนาม Playground เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสกล้าแสดงออกก็ทำให้เราและพวกเขาเห็นประโยชน์ตั้งหลายมิติ ทั้งการสื่อสาร การตัดสินใจ วิธีคิดที่แตกต่าง และการยอมรับความผิดพลาด

ยิ่งมีอำนาจ ยิ่งต้องเปิดรับ และให้โอกาสกับขอบเขตทางความคิดที่เราอาจมองไม่เห็นหรือไม่เคยคิดว่ามันมีอยู่จริง ส่วนความคิดนั้นจะเป็นจริงหรือเพ้อเจ้อ ก็ค่อยมาหาความน่าจะเป็นกันอีกที แต่อย่างน้อยการแง้มพื้นที่เพื่อโอกาสเอาไว้ให้พวกเขาบ้าง ก็เป็นวิธีที่ดีกว่าในวันที่เรามีความฝันมากมายแต่ถูกครูแนะแนวปัดตก เพราะความคิด จินตนาการ และประสบการณ์ไม่เท่ากับเรา

ถ้าเราเป็นคนแบบนั้น ก็น่าเสียดายที่เราอาจกำลังทำลายความน่าจะเป็นของวงการการการทำงานไปโดยที่เรายึดติดกับโลกเดิมแบบไม่รู้ตัว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *