3 วิธีช่วย Mid Career ให้โตในยุคที่งานมากขึ้นเงินน้อยลง

24 July 2026

ถ้าเราลองเปิดหน้าข่าวเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในปัจจุบัน เรามักจะได้ยินเรื่องราวของคนอยู่ 2 กลุ่มหลัก ๆ เสมอ

กลุ่มแรก คือ “เด็กจบใหม่” ที่กำลังเผชิญกับสภาวะหางานยากขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อมูลจาก Revelio Labs ระบุว่า ตำแหน่งงานระดับ Entry-level ในสหรัฐฯ หายไปถึง 35% ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023

กลุ่มที่สอง คือ “ผู้บริหารระดับสูง” ที่ต้องรับศึกหนักรอบด้านในภาวะเศรษฐกิจผันผวน

แต่คำถามคือ แล้วคนที่อยู่ตรงกลางล่ะ ?

พวกเขาคือเหล่าผู้จัดการ หัวหน้าทีม หรือพนักงานระดับ Senior ที่ทำงานมาแล้วหลายปี ที่ความรับผิดชอบสูง งานมากขึ้น แต่รายได้อาจจะยังเท่าเดิม

แล้วคนทำงานกลุ่มนี้จะทำอย่างไรได้บ้าง เรามี 3 กลยุทธ์ในการปรับและเปลี่ยนวิธีคิดต่องานที่ทำอยู่มาฝากกัน

1. แยกแยะงานที่งอกขึ้นมาให้ชัดเจน

คนทำงานรุ่นกลางส่วนใหญ่มักมีความเชื่อแบบเดิม ๆ ว่า “ถ้าเราพร้อมจะโต เดี๋ยวบริษัทก็โปรโมตเราเอง” แต่ในยุคที่โครงสร้างองค์กรถูกบีบอัด ความเชื่อนี้อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เขียน “งานทั้งหมด” ที่ทำอยู่ในปัจจุบัน แล้วแบ่งออกเป็น 4 คอลัมน์หลัก ๆ

– งานข้างล่าง เช่น งานจุกจิก งานธุรการ หรืองานของเด็กจบใหม่ที่โดนเลย์เอาต์ไปแล้วเราต้องทำแทน

– งานจากข้างบน เช่น งานตัดสินใจหรืองานวางกลยุทธ์ที่เคยเป็นของหัวหน้าเก่า

– งานจากด้านข้าง เช่น งานประสานงานข้ามแผนก หรือการดูแลระบบใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่เราแต่แรก

– งานจากระบบ เช่น งานดูแลและมอนิเตอร์เครื่องมือ AI หรือ Workflow ใหม่ ๆ

หลังจากนั้น ให้วงกลมเฉพาะงานที่ต้องใช้ทักษะและการตัดสินใจของเราเท่านั้น ผลงานถึงจะออกมาดี เพราะนี่คืองานที่มีคุณค่าสูงสุด ส่วนงานอื่น ๆ ที่เหลือ ให้เขียนกำกับไว้เลยว่า จะส่งต่อหรือใช้ระบบอัตโนมัติเข้ามาแทนได้อย่างไรบ้าง

2. แปลงสิ่งที่ทำให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจ

เมื่อแยกแยะงานที่มีมูลค่าสูงออกมาได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการอธิบายให้คนอื่นเห็นภาพว่า งานของเราสร้างอิมแพกต์ต่อบริษัทอย่างไร

ลองเขียนสรุปหน้าที่ของตัวเองออกมาเป็นประโยคสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว เช่น ฉันทำสิ่งนี้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจนี้ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีตัวเลขมาสนับสนุน โดยหลีกเลี่ยงคำกว้าง ๆ อย่างคำว่า “ช่วยในเรื่อง…”

แต่ให้ใช้คำที่บอกผลลัพธ์โดยตรง เช่น ลดความล่าช้าในการเปิดตัวสินค้าลง หรือ รักษามาตรฐานผลงานของทีมให้คงที่ แม้ในช่วงที่โครงสร้างทีมระดับบนจะลดจำนวนลง เป็นต้น

3. เจรจาต่อรองด้วยบทบาทใหม่

เมื่อเรามีข้อมูลและผลลัพธ์ในมือแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำสิ่งนี้ไปคุยกับหัวหน้า ซึ่งควรคุยก่อนจะถึงรอบประเมินผลงานประจำปี

เทคนิคในการพูดคุยคือ ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงว่า ปีที่ผ่านมาเราได้รับผิดชอบงาน A, B, C เพิ่มขึ้น ซึ่งเดิมทีเป็นงานของทีมอื่นหรือตำแหน่งอื่น

ต่อมาคือการแสดงให้เห็นว่า บทบาทที่เรากำลังขับเคลื่อนอยู่ตอนนี้มีรายละเอียดอะไร และ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงต่อบริษัทเป็นอย่างไร

สุดท้ายคือ การยื่นข้อเสนอ เพื่อทำงานให้ดีอย่างต่อเนื่องหรือดีขึ้น บริษัทจะช่วยอะไรเราเพิ่มได้บ้าง เช่น การปรับตำแหน่งเพื่อให้อำนาจ การให้ค่าตอบแทนมากขึ้นเพื่อความคุ้มค่า แต่ก็เข้าใจว่า สภาวะเศรษฐกิจแบบนี้มันยากที่จะเสนอนะ

แต่สุดท้ายถ้าเราไม่พูดอะไรเลย เราก็อาจเป็นคนทำงานหนักเกินตัวอย่างเงียบๆ เหมือนเดิม

เพิ่มเติมคือ เราต้องมั่นใจจริงๆ นะว่างานที่เราทำนั้นมันพิเศษกว่าคนอื่น ๆ ถึงจะกล้าไปเสนอ

เพราะถ้าไปเสนอแล้ว แต่หัวหน้ากลับมีฟีดแบคจากเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี หรือเคยมีคดีเก่าๆ จนมัดตัวเราจนแน่นว่า มันคิดเกินมาตรฐานไปเองจริง ๆ ก็เสียหน้าได้เหมือนกัน

ลองเอาหลักการนี้ไปปรับใช้ดู เพื่อให้เรามีแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเอง เพื่อสร้างผลงานและยื่นข้อเสนอในการอัพเกรดชีวิตการทำงานในช่วงปลายปี ฉบับ Mid Career

อ้างอิง : “Mid-career and feeling stuck? Here’s how to reclaim your value”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *