คำว่า Retention เราอาจจะคุ้นเคยกับบริบทของสินเชื่อบ้าน เพื่อตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้คงเดิม เพื่อให้เรารักษาสภาพคล่องในการชำระหนี้ได้เหมือนเดิม
ในโลกการทำงานก็มีเช่นกัน นั่นคือ Employee Retention เป็นกลยุทธ์ที่เอาไว้ดูแลและรักษาพนักงานที่มีคุณภาพเอาไว้กับองค์กรนั่นเอง
หลายคนอาจถามว่าแล้ว Employee Retention ควรเอามาใช้ตอนไหน ?
จริงๆ แล้วไม่ได้มีหลักการตายตัวซะมีเดียว แต่ก็จะมีกรณีการจับชีพจรของพนักงานเก่ง ๆ ในองค์กรว่าอาจมีสัญญาณลาออกล่วงหน้า เช่น พบว่ามีการอัพเดทข้อมูลโปรไฟล์แพลตฟอร์มอย่าง Linkined เป็นต้น
เมื่อเจอสัญญาณแบบนี้ คนที่พบไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าแผนก หรือฝ่ายพีเพิล ก็ต้องประเมินถึงความน่าจะเป็น และความเสี่ยงที่จะสูญเสียพนักงานเก่งๆ เหล่านี้ไป
จากนั้นกระบวนการ Employee Retention จึงเกิดขึ้นด้วยการนัดพูดคุยสอบถามถึงความพึงพอใจกับการทำงานในปัจจุบันและความคาดหวังในอนาคต เพื่อที่องค์กรจะได้นำกลับมาทำการบ้านเพื่อพิจารณาต่อสัญญาณและเงื่อนไขที่ได้มานั่นเอง
จริง ๆ แล้ว กลยุทธ์นี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้เรื่องเกิดขึ้นเสียก่อนแล้วค่อยแก้ไข แต่เราสามารถออกแบบกระบวนการในการตรวจสอบชีพจรของพนักงานได้ด้วยการนัดพูดคุยสบายๆ อย่าง 1on 1 หรือการอัพเดทนโยบาย สวัสดิการ และวัฒนธรรมขององค์กรอื่น ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อสรุปจุดเด่นมาเช็กกับองค์กรเราก็ได้ว่า
– จะมีเหตุผลอะไรที่คนเก่ง ๆ อยากเข้ามาทำงานกับเรา ?
– จะมีจุดไหนที่คนเก่งๆ อยากออกไปจากเรา ?
เพราะบางทีการใช้ Employee Retention ก็อาจสายเกินไป ถ้าเราไม่เคยตั้ง 2 คำถามเพื่อหาคำตอบที่ว่ามาก่อนหน้านี้เลย…

Podcaster : ออฟฟิศ 0.4
Writer : สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / เป็นคนที่ใช่ในงานที่ชอบ / นี่เงินเดือนหรือเงินทอน

