Triangle of Motivation ความลับของการทำงานให้สำเร็จ

11 May 2026

เรามักจะถูกสอนมาเสมอว่า.. ถ้าเราอยากได้อะไรสักอย่าง และเรารู้ว่าต้องลงมือทำอย่างไร เราก็จะประสบความสำเร็จในสิ่งนั้น 

แต่ในโลกความเป็นจริง..หลายคนรู้ว่าต้องเก็บเงิน แต่ก็ยังใช้เงินฟุ่มเฟือย  

พนักงานรู้ว่าต้องมีความคิดสร้างสรรค์ แต่กลับไม่กล้าเสนอไอเดียใหม่ๆ 

Nir Eyal ผู้เขียนหนังสือ Indistractable และ Beyond Belief อธิบายว่า นั่นเป็นเพราะเรากำลังมองข้ามองค์ประกอบที่สามของความสำเร็จไป ซึ่งก็คือ Belief หรือ ความเชื่อ นั่นเอง  

แล้วพลังของความเชื่อส่งผลต่อชีวิตการทำงานอย่างไร มีมุมไหนที่เรายังไม่เคยมองเห็น และไม่เคยนำมาใช้ Nir Eyal จะอธิบายให้คนทำงานแบบพวกเราได้ฟังกัน..

1. แรงจูงใจไม่ใช่เส้นตรง แต่เป็นรูปสามเหลี่ยม

คนส่วนใหญ่มักมองว่าแรงจูงใจ คือ เส้นตรงที่เชื่อมระหว่าง ความต้องการกับพฤติกรรม เช่น ฉันอยากรวย (ต้องการ) ดังนั้น ฉันต้องลงทุน (พฤติกรรม)

แต่ Nir Eyal ค้นพบว่า เส้นตรงนี้มักจะขาดตอน หากขาดตัวเชื่อมสำคัญที่เรียกว่า ความเชื่อ เช่น ในยุคที่ Google ให้คำตอบเราได้ทุกอย่าง จนทำให้ข้อมูลไม่ใช่ของหายากอีกต่อไป แต่สิ่งที่หายากคือ ความเชื่อที่จะขับเคลื่อนให้เราทำตามข้อมูลเหล่านั้น

2. ความเชื่อ คือ เครื่องมือ ไม่ใช่ความจริง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากแนวคิดนี้คือการแยกแยะระหว่าง..

– Fact หรือข้อเท็จจริง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ 

– Belief หรือความเชื่อ ข้อสรุปที่เรายึดถือไว้ ซึ่งสามารถเปลี่ยนได้หากมีข้อมูลใหม่

Nir เปรียบเทียบว่า ความเชื่อเหมือนกับเครื่องมือของช่างไม้ ถ้าเราใช้ค้อนเดิมแล้วงานไม่เดิน เราก็แค่ต้องเปลี่ยนค้อน ไม่ใช่มานั่งโทษตัวเองว่าทำไมตอกตะปูไม่เข้า

หากเราเชื่อว่า ฉันเป็นคนหัวไม่ดีด้านการลงทุน ต่อให้มีหลักสูตรที่ดีที่สุดในโลกวางอยู่ตรงหน้า เราก็จะไม่เปิดมันอ่าน เพราะความเชื่อได้ปิดประตูพฤติกรรมของเราไปเรียบร้อยแล้ว

3. พลังของความเชื่อในระดับองค์กร

เรื่องนี้ไม่ได้ใช้ได้แค่กับตัวบุคคล แต่เป็นหัวใจของบริษัทระดับโลก ยกตัวอย่างเช่น Amazon

Jeff Bezos ปลูกฝังความเชื่อเรื่อง Day 1 ให้กับพนักงานทุกคนกับความเชื่อที่ว่า “วันนี้คือวันแรกของบริษัทเสมอ” ถามว่าในความเป็นจริง Amazon เป็นบริษัทใหม่หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ แต่การเลือกที่จะเชื่อแบบนี้ จะทำให้พนักงานมีความกระหาย และไม่หยุดที่จะคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ 

Nir Eyal บอกว่านี่คือสิ่งที่เรียกว่า Codified Belief หรือการทำให้ความเชื่อกลายเป็นระบบ ซึ่งมันทรงพลังกว่าการตั้งเป้าหมายเพียงตัวเลขยอดขายเสียอีก

4. ความโชคดีอาจขึ้นอยู่กับความเชื่อ

ริชาร์ด ไวส์แมน ได้ทดลองเกี่ยวกับความโชคดี และสรุปได้ว่า คนที่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนโชคดีจะมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ได้เร็วกว่าคนที่เชื่อว่าตัวเองโชคร้าย

นั่นเป็นเพราะสมองของเราจะ Filter ข้อมูลตามความเชื่อที่เรามี 

ถ้าเราเชื่อว่า AI จะมาแย่งงาน เราจะมองเห็นแต่ภัยคุกคาม แต่ถ้าเราเชื่อว่า AI คือ เครื่องมือทุ่นแรง เราจะมองเห็นโอกาสในการสร้าง New S-Curve ให้กับตัวเอง เป็นต้น 

มุมมองเรื่องความเชื่อของ Nir Eyal นี้ กำลังบอกให้คนทำงานแบบเรา กลับมาสำรวจชุดความเชื่อของตัวเองอีกครั้ง เพื่อให้วิธีและพฤติกรรมที่ทำอยู่ในทุกวันนี้ เติบโตไปแบบมีทิศทางที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ 

เพราะบางทีสิ่งที่กั้นเรากับความสำเร็จเอาไว้ทั้งการงานและการเงิน อาจไม่ใช่ความรู้แบบที่เราคิด 

แต่อาจเป็นความเชื่อที่เรายังมีไม่พออยู่ได้นะ..

อ้างอิง 

– Motivation is not a straight line between what we want and what we do, it’s a triangle. And the third, overlooked leg is belief

– The Luck Factor โดย Richard Wiseman

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *